การรุก การรับ และการป้องกัน

การเล่นฟุตบอลเป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยลดปัญหาสังคมได้เป็นอย่างดี ทำให้เยาวชนได้ทำให้เยาชนได้ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ โดยการไม่ไปพึ่งยาเสพติดหรือสิ่งที่ไม่ดี สามารถชวนเพื่อนๆ หรือคนในครอบครัวไปเล่นด้วยได้

กีฬาทุกชนิดที่เล่นกันเป็นประเภททีมจะมีการแบ่งหน้าที่กันให้ไปตามที่หัวหน้าหรือโค้ชของทีมกำหนด ทั้งฝ่ายรุก ฝ่ายรับ และฝ่ายป้องกันตามความเหมาะสมของนักกีฬาในแต่ละทีม ซึ่งฝ่ายรุก ฝ่ายรับ และฝ่ายป้องกันจะมีลักษณะ ดังนี้

  1. ฝ่ายรุก คือ การที่ผู้เล่นฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้ครอบครองลูกแล้วหาทางเข้าไปทำประตูของฝ่ายตรงข้าม และจะเริ่มการรุกก็ต่อเมื่อประตูได้รับลูกแรก หรือเริ่มเมื่อเราได้ทุ่ม และเริ่มเมื่อเราได้ลูกโทษ ลูกกินเปล่า และลุกเตะมุม
  1. ฝ่ายรับ คือ การที่ผู้เล่นสูญเสียการครอบครองลูกไป แล้วฝ่ายตรงข้ามได้นำลูกบอลลำเลียงขึ้นไปตรงหน้าเพื่อจะทำประตู ฉะนั้นผู้เล่นจะต้องทำการรับจากฝ่ายตรงข้าม และจะต้องทำการรับตั้งแต่สูญเสียการครอบครองบอล โดยการพยายามไล่ลูกบอลกับคู่แข่งขันไม่ให้ส่งบอลกินเนื้อที่ของเราขึ้นไปในแดนหน้าเพื่อเข้าประตู
  1. การป้องกันมี 2 อย่างคือ การป้องกันแบบตัวต่อตัว จะใช้ต่อเมื่อฝ่ายของผู้เล่นมีกำลังดีและมีชั้นเชิงเหนือกว่าฝ่ายตรงข้าม ส่วนการป้องกันแบบป้องกันเนื้อที่ จะใช้ต่อเมื่อผู้เล่นกำลังไม่ดีและสู้คู่แข่งขันไม่ได้ ผู้เล่นจึงใช้วิธีช่วยเหลือกันให้ถอยลงมาป้องกันแดนหลังทำให้เนื้อที่เต็มไปหมดเพื่อคู่แข่งขันจะได้ยิงประตูลำบาก

แม้ว่าผู้เล่นจะมีความชำนาญและมีฝีมือดีในระดับไหน แต่สมาชิกในทีมไม่ให้ความช่วยเหลือกันก็ยากที่จะทำประตูได้ ในทางตรงกันข้ามถ้าทีมไหนมีความสามัคคีกันแล้วคู่แข่งขันก็ยากที่จะต้านทานและสู้ไม่ได้จนต้องถอยออกไป